การใช้งานมาตรฐานสแตนเลสเกรด 304, 316, 316L, 430, 202

การใช้งานสแตนเลสเกรด 304, 316, 316L, 430, 202 (Stainless steel)

สแตนเลส หรือ เหล็กกล้าไร้สนิม คือ โลหะผสมชนิดหนึ่งที่ประกอบด้วยเหล็กเป็นหลัก และมีโครเมียมผสมอยู่ไม่น้อยกว่า 10.5% ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้สแตนเลสมีความทนทานต่อการเกิดสนิมสูงกว่าเหล็กทั่วไปมาก

เหตุผลที่สแตนเลสไม่เป็นสนิมเนื่องจาก

  • ฟิล์มป้องกัน เมื่อโครเมียมสัมผัสกับอากาศ จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชั่นขึ้น ทำให้เกิดชั้นฟิล์มบางๆ เคลือบผิวสแตนเลสไว้ ชั้นฟิล์มนี้มีความหนาแน่นและแข็งแรง ทำหน้าที่ป้องกันไม่ให้ออกซิเจนและความชื้นเข้าไปทำปฏิกิริยากับเนื้อโลหะด้านใน จึงทำให้สแตนเลสไม่เกิดสนิมได้ง่าย
  • ความทนทาน นอกจากจะทนต่อการเกิดสนิมแล้ว สแตนเลสยังมีความแข็งแรง ทนทานต่อแรงกระแทก และความร้อนได้ดี ทำให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน

คุณสมบัติเด่น

  • ทนทาน สแตนเลสมีความทนทานต่อการกัดกร่อนจากสารเคมีหลายชนิด น้ำเค็ม และสภาพแวดล้อมที่รุนแรงได้ดี
  • แข็งแรง มีความแข็งแรงสูง ทนทานต่อแรงกระแทก และความร้อนได้ดี
  • สวยงาม มีผิวมันวาว สะอาดง่าย และดูทันสมัย
  • ใช้งานได้หลากหลาย สามารถนำไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลายชนิด เช่น เครื่องครัว อุปกรณ์ทางการแพทย์ อุปกรณ์ในอุตสาหกรรม เครื่องใช้ในบ้าน และอื่นๆ

ราคาถูก แข็งแรงปานกลางสแตนเลสแต่ละเกรดจะมีองค์ประกอบทางเคมีที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อคุณสมบัติตามนี้

  • ความแข็งแรง
  • ความทนทานต่อการกัดกร่อน
  • ความต้านทานต่อความร้อน

สแตนเลสมีหลายเกรด ซึ่งแต่ละเกรดจะมีสัดส่วนของโครเมียมและธาตุอื่นๆ ที่แตกต่างกันออกไป ทำให้มีคุณสมบัติแตกต่างกัน เช่น ความแข็ง ความเหนียว ทนต่อความร้อน และทนต่อการกัดกร่อนของสารเคมี

แบ่งเป็น 5 เกรด

1. สแตนเลส 304

  • เป็นสแตนเลสออสเทนนิติกที่นิยมใช้มากที่สุด
  • มีความต้านทานการกัดกร่อนดี ทนต่อความร้อน และสามารถขึ้นรูปได้ง่าย
  • เหมาะสำหรับงานทั่วไป เช่น อุปกรณ์ครัว เฟอร์นิเจอร์ และงานตกแต่ง

2. สแตนเลส 316

  • มีส่วนผสมของโมลิบดีนัม ทำให้มีความต้านทานการกัดกร่อนสูงกว่า 304
  • ทนต่อกรดและคลอไรด์ได้ดีกว่า
  • เหมาะสำหรับงานที่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่กัดกร่อนสูง เช่น อุตสาหกรรมเคมี และอุปกรณ์ทางการแพทย์

3. สแตนเลส 316L

  • เป็นสแตนเลสเกรด 316 ที่มีปริมาณคาร์บอนต่ำ
  • ลดความเสี่ยงต่อการเกิดการกัดกร่อนแบบ intergranular corrosion
  • เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความต้านทานการกัดกร่อนสูง และต้องเชื่อม

4. สแตนเลส 430

  • เป็นสแตนเลสเฟอร์ริติก มีความแข็งแรงสูง แต่มีความต้านทานการกัดกร่อนน้อยกว่า 304
  • เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความแข็งแรง เช่น อุปกรณ์ทำครัวบางชนิด และตัวถังรถยนต์

5. สแตนเลส 202

เหมาะสำหรับงานที่ไม่ต้องการความต้านทานการกัดกร่อนสูงมากนัก เช่น งานตกแต่งภายใน

เป็นสแตนเลสออสเทนนิติกที่มีราคาถูกกว่า 304

มีความต้านทานการกัดกร่อนน้อยกว่า 304

Scroll to Top